ตัวอย่างผังบัญชี มาตรฐานการบัญชี ทีนิยมใช้

บริษัท รับทำบัญชี.com จำกัด
ผังบัญชี
เลขที่บัญชีจาก 100000 ถึง 534000


————————————————————————————————————————
เลขที่บัญชี ชื่อบัญชี หมวด ระดับ ประเภท บัญชีคุม
————— —————————————————————– —– —– —- —————
100000 สินทรัพย์ ส/ท 1 คุม
110000 สินทรัพยหมุนเวียน ส/ท 2 คุม 100000
111000 เงินสดและเงินฝากธนาคาร ส/ท 3 คุม 110000
111100 เงินสด ส/ท 4 — 111000
111200 เงินฝากธนาคาร ส/ท 4 คุม 111000
111210 บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ส/ท 5 — 111200
111220 บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ส/ท 5 — 111200
111230 ธนาคาร ส/ท 5 — 111200
111300 รายการโอนระหว่างกัน ส/ท 4 — 111000
112000 ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ ส/ท 3 คุม 110000
112100 ลูกหนี้การค้า ส/ท 4 คุม 112000
112110 ลูกหนี้การค้า-ในประเทศ ส/ท 5 — 112100
112120 ลูกหนี้การค้า-ต่างประเทศ ส/ท 5 — 112100
112200 เช็ครับลงวันที่ล่วงหน้า ส/ท 4 — 112000
112300 สำรองหนี้สูญ ส/ท 4 — 112000
113000 ลูกหนี้กรมสรรพากร ส/ท 3 คุม 110000
113100 ภาษีซื้อ ส/ท 4 — 113000
113200 ลูกหนี้กรมสรรพากร ส/ท 4 — 113000
113300 ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนดชำระ ส/ท 4 — 113000
113400 ภาษีซื้อรอตัดจ่าย(เช่าซื้อ) ส/ท 4 — 113000
114000 สินค้าคงเหลือ ส/ท 3 — 110000
115000 สินทรัพย์หมุนเวียน ส/ท 3 คุม 110000
115100 ค่าใช้จ่าย จ่ายล่วงหน้า ส/ท 4 — 115000
115110 ค่ากรมธรรม์จ่ายล่วงหน้า ส/ท 4 — 115000
115120 ค่าสมาชิกจ่ายล่วงหน้า ส/ท 4 — 115000
115200 ประมาณการภาษีเงินได้นิติบุคคล ส/ท 4 — 115000
115300 ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย ส/ท 4 — 115000
115400 ดอกเบี้ยค้างรับ ส/ท 4 — 115000
115410 รายได้ค้างรับ ส/ท 4 — 115000
115500 เงินประกันและเงินมัดจำ ส/ท 4 — 115000
115600 เงินลงทุน ส/ท 4 — 115000
116000 เงินทดรองจ่าย ส/ท 3 — 110000
120000 ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแกกรรมการและลูกจ้าง ส/ท 2 คุม 100000
121000 เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการและลูกจ้าง ส/ท 3 — 120000
130000 เงินลงทุนบริษัท ฯ ในเครือ ส/ท 2 คุม 100000
131000 เงินลงทุนบริษัท ส/ท 3 — 130000
140000 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์(สุทธิ) ส/ท 2 คุม 100000
141000 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์โรงงาน ส/ท 3 คุม 140000
141010 ที่ดิน ส/ท 4 — 141000
141020 อาคารระหว่างการก่อสร้าง ส/ท 4 — 141000
141030 เครื่องจักรระหว่างติดตั้ง ส/ท 4 — 141000
141110 ต้นทุนพัฒนาที่ดิน ส/ท 4 — 141000
141120 อาคารและโรงงาน ส/ท 4 — 141000
141130 ส่วนต่อเติมอาคารและโรงงาน ส/ท 4 — 141000
141140 เครื่องจักร ส/ท 4 — 141000
141150 ค่าตกแต่งและติดตั้งโรงงาน ส/ท 4 — 141000
141160 เครื่องมือเครื่องใช้ ส/ท 4 — 141000
141170 ยานพาหนะ ส/ท 4 — 141000
141180 ค่าติดตั้งระบบโทรศัพท์ ส/ท 4 — 141000
141190 ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ส/ท 4 — 141000
141210 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ต้นทุนพัฒนาที่ดิน ส/ท 4 — 141000
141220 ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคารและโรงงาน ส/ท 4 — 141000
141230 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ส่วนต่อเติมอาคารและโรงงาน ส/ท 4 — 141000
141240 ค่าเสื่อมราคาสะสม-เครื่องจักร ส/ท 4 — 141000
141250 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าตกแต่งและติดตั้งโรงงาน ส/ท 4 — 141000
141260 ค่าเสื่อมราคาสะสม-เครื่องมือเครื่องใช้ ส/ท 4 — 141000
141270 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ยานพาหนะ ส/ท 4 — 141000
141280 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบโทรศัพท์ ส/ท 4 — 141000
141290 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ส/ท 4 — 141000
142000 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำนักงาน ส/ท 3 คุม 140000
142010 ที่ดิน ส/ท 4 — 142000
142020 อาคารระหว่างการก่อสร้าง ส/ท 4 — 142000
142030 เครื่องสำนักงานระหว่างการติดตั้ง ส/ท 4 — 142000
142110 ต้นทุนพัฒนาที่ดิน ส/ท 4 — 142000
142120 อาคารและสำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142130 ส่วนต่อเติมอาคารและสำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142140 เครื่องใช้สำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142150 ค่าตกแต่งและติดตั้งสำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142170 ยานพาหนะ ส/ท 4 — 142000
142180 ค่าระบบโปรแกรม ส/ท 4 — 142000
142190 ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ส/ท 4 — 142000
142210 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ต้นทุนพัฒนาที่ดิน ส/ท 4 — 142000
142220 ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคารและสำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142230 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ส่วนต่อเติมอาคารและสำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142240 ค่าเสื่อมราคาสะสม-เครื่องใช้สำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142250 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าตกแต่งและติดตั้งสำนักงาน ส/ท 4 — 142000
142270 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ยานพาหนะ ส/ท 4 — 142000
142280 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบโปรแกรม ส/ท 4 — 142000
142290 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ส/ท 4 — 142000
150000 สินทรัพย์อื่น ๆ ส/ท 2 คุม 100000
151000 รายจ่ายรอการตัดจ่าย ส/ท 3 — 150000
152000 เงินมัดจำและเงินประกัน ส/ท 3 — 150000
153000 ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย ส/ท 3 — 150000
154000 เงินลงทุน ส/ท 3 — 150000
155000 สินทรัพย์อื่น ส/ท 3 — 150000
200000 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สิน 1 คุม
210000 หนี้สินหมุนเวียน หนี้สิน 2 คุม 200000
211000 เจ้าหนี้การค้า หนี้สิน 3 คุม 210000
211100 เจ้าหนี้การค้า-ในประเทศ หนี้สิน 4 — 211000
211200 เจ้าหนี้การค้า-ต่างประเทศ หนี้สิน 4 — 211000
211300 เช็คจ่ายลงวันที่ล่วงหน้า หนี้สิน 4 — 211000
211400 เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ หนี้สิน 4 — 211000
212000 เงินกู้ยืมธนาคาร หนี้สิน 3 — 210000
213000 ทรัสรีซีพ หนี้สิน 3 — 210000
214000 หนี้สินหมุนเวียนอื่น หนี้สิน 3 คุม 210000
214100 เงินปันผลค้างจ่าย หนี้สิน 4 — 214000
214200 ดอกเบี้ยค้างจ่าย หนี้สิน 4 — 214000
215000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หนี้สิน 3 คุม 210000
215100 เงินประกันสังคมค้างจ่าย หนี้สิน 4 — 215000
215200 ค่าภาษีธุรกิจค้างจ่าย หนี้สิน 4 — 215000
215300 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย หนี้สิน 4 คุม 215000
215310 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย ภ.ง.ด.1 หนี้สิน 5 — 215300
215320 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย ภ.ง.ด.3 หนี้สิน 5 — 215300
215330 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย ภ.ง.ด.53 หนี้สิน 5 — 215300
215400 ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น หนี้สิน 4 — 215000
215500 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย หนี้สิน 3 — 210000
216000 เจ้าหนี้กรมสรรพากร หนี้สิน 3 คุม 210000
216100 ภาษีขาย หนี้สิน 4 — 216000
216110 ภาษีขายรอนำส่ง หนี้สิน 4 — 216000
216200 เจ้าหนี้กรมสรรพากร หนี้สิน 4 — 216000
216300 ภาษีนิติบุคคลค้างจ่าย หนี้สิน 4 — 216000
216400 ภาษีธุรกิจเฉพาะค้างจ่าย หนี้สิน 4 — 216000
217000 รายได้รับล่วงหน้า หนี้สิน 3 คุม 210000
217100 เงินมัดจำรับล่วงหน้า หนี้สิน 4 — 217000
217200 รายได้รับล่วงหน้า หนี้สิน 4 — 217000
218000 หนี้สินอื่นๆ หนี้สิน 3 — 210000
220000 หนี้สินระยะยาว หนี้สิน 2 คุม 200000
221000 หนี้สินอื่น หนี้สิน 3 — 220000
222000 เจ้าหนี้ค่าสินทรัพย์ หนี้สิน 3 — 220000
300000 ส่วนของผู้ถือหุ้น ทุน 1 คุม
310000 ทุนเรือนหุ้น ทุน 2 คุม 300000
320000 สำรองตามกฎหมาย ทุน 2 — 300000
330000 กำไร(ขาดทุน) สะสม ทุน 2 คุม 300000
331000 กำไร(ขาดทุน) สะสมจัดสรรแล้ว ทุน 3 — 330000
332000 กำไร(ขาดทุน) สะสมยังไม่ได้จัดสรร ทุน 3 — 330000
340000 กำไร(ขาดทุน) สุทธิ ทุน 2 — 300000
400000 รายได้จาการขายสุทธิ รายได้ 1 คุม
410000 รายได้จาการขายสินค้า รายได้ 2 คุม 400000
411000 รายได้จาการขายสินค้าเชื่อ รายได้ 3 — 410000
412000 รายได้จาการขายสินค้าสด รายได้ 3 — 410000
413000 รับคืนสินค้าและส่วนลดจ่าย รายได้ 3 — 410000
414000 เพิ่มหนี้ รายได้ 3 — 410000
420000 รายได้จากการบริการ รายได้ 2 คุม 400000
421000 รายได้จากการโฆษณา รายได้ 3 — 420000
422000 รายได้จากการให้บริการ รายได้ 3 — 420000
422100 รายได้จากการจดทะเบียน รายได้ 3 — 420000
430000 รายได้อื่น ๆ รายได้ 2 คุม 400000
431000 รายได้จากการขายเบ็ดเตล็ด รายได้ 3 — 430000
432000 ดอกเบี้ยรับ รายได้ 3 — 430000
433000 กำไร(ขาดทุน) จากการจำหน่ายสินทรัพย์ รายได้ 3 — 430000
434000 กำไร(ขาดทุน) จากการปริวรรตเงินตรา รายได้ 3 — 430000
435000 เงินปันผล รายได้ 3 — 430000
436000 รายได้อื่น ๆ รายได้ 3 — 430000
500000 ต้นทุนขาย คชจ. 1 คุม
511000 สินค้าคงเหลือต้นงวด คชจ. 2 — 500000
512000 ซื้อสินค้าสำเร็จรูป คชจ. 2 คุม 500000
512010 ซื้อสินค้าสำเร็จรูป คชจ. 3 — 512000
512100 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อ คชจ. 3 — 512000
512200 ส่งคืนและส่วนลดรับ คชจ. 3 — 512000
513000 สินค้าคงเหลือปลายงวด คชจ. 2 — 500000
514000 ต้นทุนขายบริการ คชจ. 2 คุม 500000
514100 ค่าวัสดุอุปกรณ์ คชจ. 3 — 514000
514200 ค่าแรงบริการ คชจ. 3 — 514000
514300 ค่าไฟฟ้าน้ำประปา คชจ. 3 — 514000
514400 ค่าโทรศัพท์ คชจ. 3 — 514000
520000 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร คชจ. 2 คุม 500000
521000 ค่าใช้จ่ายในการขาย คชจ. 3 คุม 520000
521010 ค่านายหน้าพนักงานขาย คชจ. 4 — 521000
521020 ค่าโฆษณาและค่าส่งเสริมการขาย คชจ. 4 — 521000
521030 ค่าเครื่องเขียนและแบบพิมพ์ คชจ. 4 — 521000
521040 ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา คชจ. 4 — 521000
521050 ค่าโทรศัพท์ คชจ. 4 — 521000
521060 ค่าโทรเลขและไปรษณียากร คชจ. 4 — 521000
521070 ค่าเบี้ยประกันภัย คชจ. 4 — 521000
521080 ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คชจ. 4 — 521000
521090 ค่ารับรอง คชจ. 4 — 521000
522000 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร คชจ. 3 คุม 520000
522010 เงินเดือนและค่าแรง คชจ. 4 — 522000
522020 ค่าล่วงเวลา คชจ. 4 — 522000
522030 โบนัส คชจ. 4 — 522000
522040 สวัสดิการ คชจ. 4 — 522000
522050 กองทุนเงินทดแทน คชจ. 4 — 522000
522060 ประกันสังคม คชจ. 4 — 522000
522070 ค่ายาและค่ารักษาพยาบาล คชจ. 4 — 522000
522080 ค่าวิจัยและพัฒนา คชจ. 4 — 522000
522090 ค่าธรรมเนียมเรียกเก็บ คชจ. 4 — 522000
522100 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้ำประกัน คชจ. 4 — 522000
522110 ค่าธรรมเนียมธนาคาร คชจ. 4 — 522000
522120 ค่าธรรมเนียมส่งออก คชจ. 4 — 522000
522121 ค่าอากรขาเข้า คชจ. 4 — 522000
522130 ค่าภาษีรถ คชจ. 4 — 522000
522140 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม คชจ. 4 — 522000
522150 ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ คชจ. 4 — 522000
522160 ค่าภาษีโรงเรือน คชจ. 4 — 522000
522170 ค่าภาษีต้องห้าม คชจ. 4 — 522000
522180 ค่าใช้จ่ายยานพาหนะ คชจ. 4 — 522000
522190 ค่าน้ำมัน คชจ. 4 — 522000
522210 ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คชจ. 4 — 522000
522220 ค่าถ่ายเอกสารและไปรษณียากร คชจ. 4 — 522000
522230 ค่าเครื่องเขียนและแบบพิมพ์ คชจ. 4 — 522000
522240 ค่าวัสดุสิ้นเปลือง คชจ. 4 — 522000
522250 ค่าใช้จ่ายคอมพิวเตอร์ คชจ. 4 — 522000
522260 ค่าเช่าจ่าย คชจ. 4 — 522000
522270 ค่าเช่ารถ คชจ. 4 — 522000
522280 ค่าโทรศัพท์ในประเทศ คชจ. 4 — 522000
522290 ค่าโทรศัพท์ต่างประเทศ คชจ. 4 — 522000
522310 ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา คชจ. 4 — 522000
522320 ค่าบริการจ่าย คชจ. 4 — 522000
522330 ค่าจดทะเบียน คชจ. 4 — 522000
522340 ค่าสมาชิก คชจ. 4 — 522000
522350 ค่ารักษาความปลอดภัย คชจ. 4 — 522000
522360 ค่าบริการทางธุรกิจ คชจ. 4 — 522000
522370 ค่าตรวจสอบบัญชี คชจ. 4 — 522000
522380 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-อาคาร คชจ. 4 — 522000
522390 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-เครื่องใช้สำนักงาน คชจ. 4 — 522000
522410 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-ยานพาหนะ คชจ. 4 — 522000
522420 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-ตกแต่งและติดตั้ง คชจ. 4 — 522000
522430 ค่าเสื่อมราคา-ต้นทุนพัฒนาที่ดิน คชจ. 4 — 522000
522440 ค่าเสื่อมราคา-เครื่องมอและเครื่องใช้ คชจ. 4 — 522000
522450 ค่าเสื่อมราคา-ส่วนต่อเติมอาคาร คชจ. 4 — 522000
522460 ค่าเสื่อมราคา-เครื่องใช้สำนักงาน คชจ. 4 — 522000
522470 ค่าเสื่อมราคา-ค่าตกแต่งและติดตั้ง คชจ. 4 — 522000
522480 ค่าเสื่อมราคา-ยานพาหนะ คชจ. 4 — 522000
522490 ค่าเสื่อมราคา-ค่าติดตั้งระบบโปรแกรม คชจ. 4 — 522000
522500 ค่าเสื่อมราคา-ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา คชจ. 4 — 522000
522510 ค่าใช้จ่ายในการตัดจ่าย คชจ. 4 — 522000
522530 หนี้สูญ คชจ. 4 — 522000
522540 ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย คชจ. 4 — 522000
522550 ค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุ คชจ. 4 — 522000
522570 ค่าบริจาคการกุศล คชจ. 4 — 522000
522580 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด คชจ. 4 — 522000
522590 ค่าภาษีซื้อไม่ขอคืน คชจ. 4 — 522000
530000 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คชจ. 2 คุม 500000
531000 ดอกเบี้ยจ่าย คชจ. 3 — 530000
532000 ภาษีเงินได้นิติบุคคลจ่าย คชจ. 3 — 530000
532100 ภาษีธุรกิจเฉพาะ คชจ. 3 — 530000
533000 ค่าเบี้ยปรับ,เงินเพิ่ม คชจ. 3 — 530000
534000 ค่าใช้จ่ายต้องห้าม คชจ. 3 — 530000

บัญชีคุม 37
บัญชีย่อย 191
รวม 228 บัญชี

อ้างอิง https://www.รับทําบัญชี.com/?p=140336

ชาวต่างชาติถือหุ้น 100 ได้หรือไม่ จดทะเบียนบริษัท สำหรับชาวต่างชาติ

หลักเกณฑ์การถือหุ้นของต่างชาติคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การถือหุ้นของต่างชาติสำหรับโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ดังนี้1. โครงการลงทุนในกิจการตามที่ปรากฏในบัญชีหนึ่ง ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ. 2542 ต้องมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน

2. โครงการลงทุนในกิจการตามที่ปรากฏในบัญชีสอง และบัญชีสาม ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นข้างมากหรือทั้งสิ้นได้ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

3. เมื่อมีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการอาจกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติเป็นการเฉพาะสำหรับกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนบางประเภท

ที่มา https://www.รับทําบัญชี.com/?p=140141

ศาลากลางหลังเก่า ศาลากลางนนทบุรี พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี

ศาลากลางหลังเก่า ศาลากลางนนทบุรี พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี

 

เมื่อพูดถึงสถานที่สำคัญในจังหวัดนนทบุรี ไม่ว่าจะทางประวัติศาสตร์ ทางการเมือง หรือ สถานการณ์ในบ้านเมืองของไทยในอดีต คงหนี้ไม่พ้นศาลากลางหลังเก่าของนนทบุรี เป็นสถานที่สุดคลาสสิกที่เที่ยวของวัยรุ่นยุคใหม่ในปัจจุบันไปโดยปริยาย

 

ศาลากลางนนทบุรีหลังนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกระทรวงยุติธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2453 เดิมทีจุดประสงค์ให้เป็นโรงเรียนกฎหมาย แต่เนื่องจากยังไม่มีบุคลากร จึงได้ใช้เป็นที่ตั้งโรงเรียนราชวิทยาลัย ซึ่งได้เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2454 – 2469 และได้ยุบโรงเรียนราชวิทยาลัย โดยโอนย้ายนักเรียนไปรวมกับโรงเรียมหาดเล็กกรุงเทพ ต่อมาได้รับพระราชทานนามใหม่จากรัชกาลที่ 7 ว่า “วชิราวุธวิทยาลัย” อาคารหลังนี้จึงได้ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ระหว่างปี พ.ศ. 2471 – 2535 จากนั้นใช้เป็นที่ตั้งวิทยาลัยมหาดไทย จนถึงปี พ.ศ. 2551 นับจากปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป อาคารหลังนี้ได้รับการอนุรักษ์ และปรับปรุงให้เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี อันเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดนนทบุรีอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความรู้ ความภาคภูมิใจ และความรักในท้องถิ่นให้แก่ชาวนนทบุรี โดยพิพิธภัณฑ์นี้เป็นแหล่งรวบรวม เก็บรักษา และจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตลอดจนมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาวนนทบุรี

 

โดยในปัจจุบันศาลากลางจังหวัดนนทบุรีเก่าหลังนี้ เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ให้ถ่ายรูป และ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ทั้งตัวศาลาเองและสิ่งของเครื่องใช้เครื่องปั้นดินเปา ผลไม้ประจำจังหวัด ตราสัญญาลักษณ์บุคคลสำคัญๆ ในจังหวัดนนทบุรี อื่นๆ อีกมากมาย โดยภายในศาลากลางจะแบ่งเป็นห้องห้องๆ ในแต่ละห้องจะอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่สำคัญๆ เกี่ยวกับจังหวัดนนทบุรีไว้ เช่น ห้องโถงต้อนรับ จะแนะนำให้รู้จักจังหวัดนนทบุรีด้วยคำขวัญ สัญลักษณ์ (หม้อน้ำลายวิจิตร) และต้นไม้ประจำจังหวัด (ต้นนนทรี)   ห้องภูมิปัญญาการผลิตเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดนนทบุรี จะแสดงขั้นตอนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาตามวิธีการดั้งเดิม และวิวัฒนาการจนถึงปัจจุบัน เป็นต้น

 

บริเวณศาลากลางจังนนทบุรีเก่า ยังมีร้านอาหารหลากหลายให้ได้กินอีกเพียบ ร้านดังย่านศาลากลางหลังนี้มีอยู่มากมาย ที่จอดรถภายในศาลากลางเองก็มี

 

ที่ตั้ง : ซอย รัตนาธิเบศร์ 6 ถนน รัตนาธิเบศร์ ตำบล บางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000

 

ข้อมูลเพิ่ม : http://รับทําบัญชี.com/7688.html

 

 

กิจการไม่สามารถกู้ยืมจากบุคคลภายนอกได้ เนื่องจากอาจจะเป็นกิจการขนาดเล็ก

สัญญาบริษัท ยืมเงินกรรมการ

 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับสัญญาตัวนี้ก่อน โดยปกติแล้วสัญญานี้จะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อกิจการมีการนำเข้า-ออกจากบัญชีทุน หรือ กรรมการใช้เงินของบริษัท หรือ บริษัทใช้เงินของกรรมการ โดยตามมาตรฐานบัญชีจะต้องมีการบันทึกบัญชีอย่างถูกต้อง

 

เงินยืมกรรมการมาจากไหน ?

ในความเป็นจริงการเงินกู้ยืมกรรมการทั้ง บัญชี ลูกนี้เงินยืมกรรมการ หรือ เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ สามารถเกิดขึ้นได้หลายแบบมาก แต่เราจะพูดถึงหลักที่สำคัญทางบัญชีที่ต้องทำสัญญาการกู้ยืมเงินกัน นั้นคือ

 

เงินยืมกรรมการมาหลักๆแล้ว มาจากการที่บริษัทมีเงินทุนไม่เพียงพอมาใช้ในกิจการและไม่สามารถกู้ยืมจากบุคคลภายนอกได้เนื่องจากอาจจะเป็นกิจการขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถกู้ยืมเงินจาก บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารต่างๆ หรือจากบุคคลที่ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนของบริษัทได้ ทำให้ต้องกู้ยืมจากบุคคลภายใน เช่น กรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ในทางบัญชี มาตรฐานการบัญชีสามารถลงบันทึกบัญชีได้ ไม่ว่าจะเป็น บัญชีเจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ หรือ บัญชีลูกหนี้เงินยืมกรรมการ แต่ในทางภาษีจะมีการบันทึกบัญชีดอกเบี้ยรับ หรือดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากสรรพกรอาจเล็งเห็นว่าเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดเม็ดเงินภาษีนั้นเอง

 

ลูกนี้เงินยืมกรรมการ

 

เป็นบัญชีที่เกิดขึ้นเมื่อกิจการนำเงินทุนในบริษัทให้ ผู้เป็นเจ้าของกิจการ(โดยปกติแล้วก็คือกรรมการของบริษัท) ไปใช้ หรือเราเรียกว่าการกู้ยืมเงินบริษัท ทำให้บริษัทมีสถานะเป็นเจ้าหนี้นั้นเอง ลูกหนี้เงินยืมกรรมการอาจแบ่งได้ 2 กรณี คือ 1.บริษัทไม่มีเงินมาลงทุนจริง 2.บริษัทมีเงินลงทุนจริงมาก

ตัวอย่างเช่น

1.บริษัทไม่มีเงินลงทุนจริง เมื่อวันที่จดทะเบียนบริษัทตามกฎหมายแล้วจำเป็นต้องมีเงินทุนในการเปิดบริษัททำให้ต้องมีเงินสดในบริษัท โดยการ Dr.เงินสด xx.- Cr.ทุน xx.- แต่เมื่อกิจการไม่มีเม็ดเงินทุนจริงๆ จึงสมมุติว่าเงินทุนในกิจการนั้น นำไปให้กรรมการกู้ยืม โดยทำถูกตามหลักบัญชี คือ Dr.ลูกหนี้เงินยืมกรรมการ xx.- Cr.เงินสด xx.- การลงบันทึกบัญชีนี้จึงทำให้เกิดบัญชี ลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรม นั้นเอง

2.บริษัทมีเงินลงทุนจริงมาก แล้วนำเงินที่มีในบริษัท ไปให้กรรมการใช้ส่วนตัววิธีการ

ลงบัญชีไม่แตกต่างกัน คือ Dr.ลูกหนี้เงินยืมกรรมการ xx.- Cr.เงินสด xx.- เหมือนกันนั้นเอง

 

แต่ในทางภาษีต้องเพิ่มบัญชีดอกเบี้ยรับเมื่อมีการจ่ายทุกๆเดือน เพื่อเป็นการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามหลักกฎหมายภาษี เพราะสรรพากรมองว่าบริษัทมีเงินมากแล้วนำไปฝากธนาคาร หรือลงทุนอย่าอื่น อาจทำให้เกิดรายได้ที่มากกว่าการให้กรรมการกู้ยืมเงินเฉยๆ แล้วไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อบริษัท นั้นเอง

 

เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ

 

ก็จะตรงกันข้ามกันกับลูกหนี้ หากกิจการขาดสภาพคล่อง หรือ ไม่มีเงินเพียงพอในการใช้จ่าย กรรมการสามารถนำเงินมาให้บริษัทกู้ยืมก่อนได้โดยการลงบัญชี ดังนี้

Dr.เงินสด xx.- Cr.เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ xx.- และเช่นเดียวกัน ทางภาษีหากบริษัทมีการกู้ยืมเงินจากบุคคลแล้ว บุคคลนั้นต้องมีเสียรายได้ธุรกิจเฉพาะเนื่องจาก กฎหมายภาษีบังคับให้ท่านคิดดอกเบี้ยการกู้ยืมเงินด้วย

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://รับทําบัญชี.com/7785.html

อายุความคดีลักทรัพย์นายจ้าง และจะถูกลงโทษหนักขึ้น

ความผิดฐานลักทรัพย์ มีโทษตามกฎหมายคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี และจะถูกลงโทษหนักขึ้น ถ้าพฤติการณ์แห่งการลักทรัพย์ไปเข้าเหตุฉกรรจ์ เช่น ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ในเวลากลางคืน ทรัพย์ของนายจ้าง เป็นต้น ซึ่งจะมีโทษสูงขึ้นจนถึงจำคุกไม่เกิน 10 ปี แล้วแต่กรณี

สำหรับโทษที่จะลงแก่ผู้ต้องหา หรือจำเลยที่กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ก็ขึ้นอยู่กับราคาทรัพย์ที่ลัก และพฤติการณ์ของการลัก เป็นต้น

แต่ที่สำคัญที่สุด และควรจดจำไว้เพื่อตักเตือนบุตรหลานและคนที่ท่านรัก คือ หากถูกดำเนินคดีในศาลข้อหาลักทรัพย์ และศาลฟังว่ากระทำความผิดจริง หรือจำเลยให้การรับสารภาพ คดีเหล่านี้จะไม่มีการรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษ (รอลงอาญา) นะครับ เพราะเป็นคดีความผิดติดนิสัย ที่รัฐมีนโยบายลงโทษเพื่อให้เข็ดหลาบ ศาลจะสั่งจำคุกทันทีครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.สํานักงานทนายความ.com/index.php?topic=8.0

ผู้ทําบัญชี หมายถึง คุณสมบัติ ของ ผู้ทำบัญชี ใครเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

เคยสงสัยไหมว่า การจะประกอบอาชีพ 1 อาชีพ เราจำเป็นต้องทำบัญชีหรือไม่ การค้าขาย ซื้อมา-ขายไป ผลิตสินค้าต่างๆ หรือแม้กระทั้งธุรกิจบริการ อาชีพเหล่านี้จำเป็นไหมที่จะต้องจัดทำบัญชี  แล้วใครละที่ต้องจัดทำบัญชีตามกฎหมาย  เรามาดูกันว่ามีใครบ้าง

ผู้จัดทำบัญชีตาม กฎหมาย พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดไว้ ที่ต้องจัดให้มีการทำบัญชี หลักสำคัญใหญ่ๆ ดังนี้

1 ผู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยปกติแล้วบุคคลธรรมดาไม่จำเป็นต้องจัดทำบัญชี แต่!! ที่ต้องจัดทำบัญชีมี ธุรกิจอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น คือ
1.1 บุคคลธรรมดา ที่ ประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับงาช้าง ทุกชนิด เช่น โรงงานแกะสลัก แปรสภาพ ผลิตภัณฑ์จากงาช้าง เหตุผลเพราะ ประเทศไทยได้ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือเรียกสั้นว่า สนธิสัญญา ไซเตส
1.2 บุคคลธรรมดา ที่ ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ CD VDC ผลิต จำหน่าย นำเข้า-ส่งออก ทุกชนิด เหตุเพราะ เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา
2. นิติบุคคลที่เป็น บริษัท จำกัด
3. นิติบุคคลที่เป็น บริษัท มหาชน จำกัด
4. นิติบุคคลที่จดทะเบียนจากต่างประเทศ หรือเราเรียกว่า นิติบุคคลต่างประเทศ เมื่อเข้ามาประกอบธุรกิจภายในประเทศไทย กฎหมาย พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดไว้ว่าให้เป็นผู้มีหน้าที่จัดให้มีการทำบัญชีด้วย
5. กิจการที่การร่วมกัน เพื่อทำธุรกิจ หรือเราเรียกว่า กิจการร่วมค้า กำหนดให้ 1 ในกิจการนั้น ต้องเป็นผู้มีหน้าที่จัดให้มีการทำบัญชี
6. ธุรกิจที่เป็นสาขา ของบริษัทใหญ่ จำเป็นก็จำเป็นต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีด้วย โดยการทำบัญชีนั้นธุรกิจ สาขา จะต้องจัดทำบัญชี แล้วส่ง ให้กับ บริษัทใหญ่ด้วยนั้นเอง

เราต้องแยกให้ออกว่า “ การที่เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ” กับ “ ผู้ทำบัญชี ” อาจจะเป็นบุคคลเดียวกัน หรือ ไม่ใช่บุคคลเดียวกันก็ได้ เพราะ ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีการทำบัญชีเพื่อส่งงบการเงินให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การที่จะเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ถ้าจะให้เข้าใจง่าย กล่าวคือ “ ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้จัดการ  หรือ กรรมการ บุคคลเหล้านี้มีหน้าที่จัดหา ผู้ทำบัญชี ที่เป็น นักบัญชี โดยตรงมาจัดทำนั้นเอง

 

ข้อมูลเพิ่มเติม http://รับทําบัญชี.com/3.html

ทุนจดทะเบียน ของ นิติบุคคลต่างด้าว ต้องมีเท่าไร และชำระเมื่อใด

ทุนจดทะเบียนของต่างด้าวตามกฎกระทรวง กำหนให้บุคคลต่างด้าวต้องมีเงินทุนจดทะเบียนขั้นต่ำที่ชำระจริง

แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

1.ให้บุคคลต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจนอกบัญชีท้ายที่ไม่ต้องขออนุญาตจากรัฐมนตรี หรือ อธิบดี ใน
การประกอบธุรกิจ ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำอย่างน้อย 2 ล้านบาท

2.ให้บุคคลต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจในบัญชีท้ายที่ต้องขออนุญาตจากรัฐมนตรี หรือ อธิบดี ก่อนจะประกอบธุรกิจ ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ คำนวณจาก 25 % ของประมาณการรายจ่ายเฉลี่ย ตลอด 3 ปี (3*25%) ได้เท่าไร ให้ใช้เป็นทุนขั้นต่ำแต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท

ตัวอย่าง ของกรณีที่ 2  เช่น
1. บริษัท ABC จำกัด ประกอบธุรกิจในบัญชีท้าย มีประมาณการรายจ่ายปีละ 5,000,000 บาท
ทุนจดทะเบียนต้องเป็นเท่าไร ?
วิธีคำนวณ  ( 5,000,000*3 ปี ) * 25%  =  3,750,000  บาท
เพราะฉะนั้น ทุนจดทะเบียนของ บริษัท ABC จำกัด ต้องเป็น 3,750,000 บาท

2.  บริษัท ABC จำกัด ประกอบธุรกิจในบัญชีท้าย มีประมาณการรายจ่าย ปีละ 2,000,000 บาท

ทุนจดทะเบียนต้องเป็นเท่าไร

วิธีคำนวณ  ( 3,000,000*3 ปี ) * 25%  =  1,500,000  บาท

เพราะฉะนั้น ทุนจดทะเบียนของ บริษัท ABC จำกัด ต้องเป็น 3,000,000 บาท
กฎกระทรวงกำหนดให้ ทุนจดทะเบียนต้องไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท

*ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 3,000,000 บาทนี้ ให้นับเป็น 1 ธุรกิจเท่านั้น!!

ระยะเวลาในการชำระทุนจดทะเบียนนั้น หลักๆ แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

 

กรณีที่ 1 กิจการประกอบธุรกิจเกินกว่า 3 ปี สามารถทยอยจ่ายได้ โดยกำหนดให้ ปีแรก ในการประกอบธุรกิจชำระให้ครบ 50% ของทุนจดทะเบียน และทยอยชำระส่วนที่เหลืออีก 50% ให้ครบภายใน 3 ปีอาจแบ่งเป็น ปีละ 25% จนครบ 100 % ภายใน 3 ปี

กรณีที่ 2 กิจการประกอบธุรกิจ ไม่เกิน 3 ปี กำหนด ให้ ชำระทุนจดทะเบียน ภายใน 6 เดือนเท่านั้น

ในการที่นิติบุคคลต่างด้าวนำเงินจากนอกประเทศเข้ามาในประเทศไทย เพื่อชำระเงินทุนจดทะเบียน ต้องแปลงสกุลเงินต่างประเทศให้เป็นสกุลเงิน บาท ภายใน 15 วัน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม http://รับทําบัญชี.com/2.html

ผู้มีหน้าที่จัดทําบัญชีในรูปแบบประเภทบริษัทจํากัดต้องจัดทํางบการเงินใดบ้าง

ตั้งแต่วันแรกที่ได้เริ่มจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และต้องการที่จะประกอบกิจการ ดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจของเรา ไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อมา-ขายไป ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภค ธุรกิจบริการต่างๆ เจ้าของกิจการ หรือ ผู้ที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีหน้าที่อะไรบ้าง แล้วแต่ละหน้าที่สำคัญอย่างไร ต้องดำเนินการเมื่อไร

หน้าที่หลักๆ ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีดังนี้

1. จัดให้มีวันเริ่มทำบัญชี-ปิดบัญชี โดยแบ่ง ได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1.1 ห้างจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัท มหาชน จำกัด นิติบุคคลประเภทนี้ต้อง เริ่มจัดทำบัญชี ณ วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเลย ให้นับเป็นแรกในการเริ่มทำบัญชีและปิดบัญชี ครั้งแรก ภายใน 12 เดือน นับแต่วันที่เริ่มทำบัญชี

1.2 นิติบุคคลต่างประเทศ กิจการร่วมค้า ธุรกิจสาขา นิติบุคคลประเภทนี้อนุญาตให้เริ่มจัดทำได้ เมื่อกิจการพร้อมที่จะประกอบธุรกิจ หากมีการจดทะเบียนจัดตั้งแล้วยังไม่พร้อมดำเนินกิจการ ให้นับวันที่พร้อมดำเนิน กิจการ เป็นวันแรกของการจัดทำบัญชีและปิดบัญชี ทุกรอบ 12 เดือน นับแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ

2. จัดทำงบการเงินเพื่อยื่นต่อกรมพัฒนากิจการค้าแห่งประเทศไทย โดยแบ่งการจัดทำงบการเงิน ดังนี้

2.1 ห้างหุ้นส่วน ให้จัดทำงบ 4 อย่าง คือ

1.งบแสดงฐานะการเงิน

2.งบกำไรขาดทุน

3.หมายเหตุประกอบงบ

4.งบการเงินเปรียบเทียบกับปีก่อน
2.2 บริษัทจำกัด,นิติบุคคลต่างประเทศ,กิจการร่วมค้า ให้จัดทำงบ 5 อย่าง คือ

1.งบแสดงฐานะการเงิน

2.งบกำไรขาดทุน

3.หมายเหตุประกอบงบ

4.งบการเงินเปรียบเทียบกับปีก่อน

5.งบแสดงการเปลี่ยนแปลงของผู้ถือหุ้น

2.3 บริษัท มหาชนจำกัด ให้จัดทำงบ 7 อย่าง คือ

1.งบแสดงฐานะการเงิน

2.งบกำไรขาดทุน

3.หมายเหตุประกอบงบ

4.งบการเงินเปรียบเทียบกับปีก่อน

5.งบแสดงการเปลี่ยนแปลงของผู้ถือหุ้น

6.งบการเงินรวม

7.งบกระแสเงินสด

3. ส่งมอบเอกสาร หลักฐานต่างๆ ในการบันทึกบัญชี ให้กับผู้ทำบัญชี อย่างถูกต้องและครบถ้วนเพื่อให้ผู้จัดทำบัญชีสามารถจัดทำงบ แสดงฐานะการเงิน อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง

4. จัดหาสถานที่เก็บเอกสารที่ใช้ประกอบการบันทึกบัญชี และเอกสารที่มีสาระสำคัญตามที่กำหนด ดังนี้
4.1 สถานประกอบกิจการ

4.2 โรงงาน หรือ คลังสินค้า ที่มีการทำงาน

4.3 อื่นๆ หรือสถานที่มีการทำงานเป็นประจำ หรือ อาจได้รับอนุญาตจาก สารวัตบัญชี ให้มีที่จัดเก็บที่ไหนก็ได้ในราชอาณาจักรไทย หากมีการเชื่อมโยงข้อมูลให้ตรวจสอบทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์

5. ต้องจัดเก็บเอกสารการบรรทุกบัญชีไว้ อย่างน้อย 5 ปี เพื่อนประโยชน์ในการตรวจสอบ

6. จัดให้มีผู้ทำบัญชี ให้ถูกต้องตามคุณสมบัติ ตามกฎหมายที่กำหนด

7. เมื่อเอกสารมีการสูญหาย หรือชำรุด ให้แจ้งสารวัตบัญชี ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รู้ หรือ ควรรู้

 

ข้อมูลเพิ่มเติม http://รับทําบัญชี.com/1.html