กิจการไม่สามารถกู้ยืมจากบุคคลภายนอกได้ เนื่องจากอาจจะเป็นกิจการขนาดเล็ก

สัญญาบริษัท ยืมเงินกรรมการ

 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับสัญญาตัวนี้ก่อน โดยปกติแล้วสัญญานี้จะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อกิจการมีการนำเข้า-ออกจากบัญชีทุน หรือ กรรมการใช้เงินของบริษัท หรือ บริษัทใช้เงินของกรรมการ โดยตามมาตรฐานบัญชีจะต้องมีการบันทึกบัญชีอย่างถูกต้อง

 

เงินยืมกรรมการมาจากไหน ?

ในความเป็นจริงการเงินกู้ยืมกรรมการทั้ง บัญชี ลูกนี้เงินยืมกรรมการ หรือ เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ สามารถเกิดขึ้นได้หลายแบบมาก แต่เราจะพูดถึงหลักที่สำคัญทางบัญชีที่ต้องทำสัญญาการกู้ยืมเงินกัน นั้นคือ

 

เงินยืมกรรมการมาหลักๆแล้ว มาจากการที่บริษัทมีเงินทุนไม่เพียงพอมาใช้ในกิจการและไม่สามารถกู้ยืมจากบุคคลภายนอกได้เนื่องจากอาจจะเป็นกิจการขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถกู้ยืมเงินจาก บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารต่างๆ หรือจากบุคคลที่ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนของบริษัทได้ ทำให้ต้องกู้ยืมจากบุคคลภายใน เช่น กรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ในทางบัญชี มาตรฐานการบัญชีสามารถลงบันทึกบัญชีได้ ไม่ว่าจะเป็น บัญชีเจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ หรือ บัญชีลูกหนี้เงินยืมกรรมการ แต่ในทางภาษีจะมีการบันทึกบัญชีดอกเบี้ยรับ หรือดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากสรรพกรอาจเล็งเห็นว่าเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดเม็ดเงินภาษีนั้นเอง

 

ลูกนี้เงินยืมกรรมการ

 

เป็นบัญชีที่เกิดขึ้นเมื่อกิจการนำเงินทุนในบริษัทให้ ผู้เป็นเจ้าของกิจการ(โดยปกติแล้วก็คือกรรมการของบริษัท) ไปใช้ หรือเราเรียกว่าการกู้ยืมเงินบริษัท ทำให้บริษัทมีสถานะเป็นเจ้าหนี้นั้นเอง ลูกหนี้เงินยืมกรรมการอาจแบ่งได้ 2 กรณี คือ 1.บริษัทไม่มีเงินมาลงทุนจริง 2.บริษัทมีเงินลงทุนจริงมาก

ตัวอย่างเช่น

1.บริษัทไม่มีเงินลงทุนจริง เมื่อวันที่จดทะเบียนบริษัทตามกฎหมายแล้วจำเป็นต้องมีเงินทุนในการเปิดบริษัททำให้ต้องมีเงินสดในบริษัท โดยการ Dr.เงินสด xx.- Cr.ทุน xx.- แต่เมื่อกิจการไม่มีเม็ดเงินทุนจริงๆ จึงสมมุติว่าเงินทุนในกิจการนั้น นำไปให้กรรมการกู้ยืม โดยทำถูกตามหลักบัญชี คือ Dr.ลูกหนี้เงินยืมกรรมการ xx.- Cr.เงินสด xx.- การลงบันทึกบัญชีนี้จึงทำให้เกิดบัญชี ลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรม นั้นเอง

2.บริษัทมีเงินลงทุนจริงมาก แล้วนำเงินที่มีในบริษัท ไปให้กรรมการใช้ส่วนตัววิธีการ

ลงบัญชีไม่แตกต่างกัน คือ Dr.ลูกหนี้เงินยืมกรรมการ xx.- Cr.เงินสด xx.- เหมือนกันนั้นเอง

 

แต่ในทางภาษีต้องเพิ่มบัญชีดอกเบี้ยรับเมื่อมีการจ่ายทุกๆเดือน เพื่อเป็นการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามหลักกฎหมายภาษี เพราะสรรพากรมองว่าบริษัทมีเงินมากแล้วนำไปฝากธนาคาร หรือลงทุนอย่าอื่น อาจทำให้เกิดรายได้ที่มากกว่าการให้กรรมการกู้ยืมเงินเฉยๆ แล้วไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อบริษัท นั้นเอง

 

เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ

 

ก็จะตรงกันข้ามกันกับลูกหนี้ หากกิจการขาดสภาพคล่อง หรือ ไม่มีเงินเพียงพอในการใช้จ่าย กรรมการสามารถนำเงินมาให้บริษัทกู้ยืมก่อนได้โดยการลงบัญชี ดังนี้

Dr.เงินสด xx.- Cr.เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ xx.- และเช่นเดียวกัน ทางภาษีหากบริษัทมีการกู้ยืมเงินจากบุคคลแล้ว บุคคลนั้นต้องมีเสียรายได้ธุรกิจเฉพาะเนื่องจาก กฎหมายภาษีบังคับให้ท่านคิดดอกเบี้ยการกู้ยืมเงินด้วย

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://รับทําบัญชี.com/7785.html

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *